ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
9 กุมภาพันธ์ 10, 12:49:49
71,708 กระทู้ ใน 10,570 หัวข้อ โดย 4,726 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: BrenNeiplyrer
We Open Mind  |  หมวดหมู่ทั่วไป  |  รวมข่าวการเมือง:  |  มันมาเร็วกว่ากำหนด 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้ « หน้าที่แล้ว ต่อไป »
หน้า: [1]
ผู้เขียน หัวข้อ: มันมาเร็วกว่ากำหนด  (อ่าน 7906 ครั้ง)
(ลุง)ถึก สไลเดอร์
Full Member
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 359



ดูรายละเอียด
« เมื่อ: 18 มกราคม 07, 09:31:24 »

เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2549 ที่ผ่านมา วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ได้เข้าไปตรวจสอบความผิดปกติในเรื่องแท็กซี่เวย์ ที่เครื่องบินต่างๆ เข้าจอดนั้นปรากฏว่ามีรอยแตกร้าวและมีรอยยุบเป็นร่องล้อหลายจุด
     รอยแตกร้าวและรอยยุบเป็นร่องล้อเครื่องบินที่แท็กซี่เวย์นั้นมีมากถึงประมาณ 100 จุด

มีการตรวจพบความผิดพลาดอีกหลายสิ่งหลายๆอย่างที่สนามบินสุวรรณภูมิแห่งนี้
ช่วยวิเคราะห์ให้ฟังกันทีเถิด ว่ามันเกิดมาจากสาเหตุอะไร ทำไมถึงได้เกิดปัญหารวดเร็วเกินความคาดหมายเช่นนี้







มันเป็นผลงานที่ช่าง อุบา- ทะวะนะ ธรรมมิโน จริงๆ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 18 มกราคม 07, 09:40:18 โดย (ลุง)ถึก สไลเดอร์ » แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
ไทเมือง
Sr. Member
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 12,813


สายใยไทยทั้งเมือง


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1 เมื่อ: 18 มกราคม 07, 10:55:19 »

ไอ๊หยา...ขอเอาไปลุยต่อนะครับลุงถึก

ทำไมมันมาเร็วจัง...มิน่าดอนเมืองเลยมีข่าวคึกคัก
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

Limmy
Full Member
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 373


ดูรายละเอียด
« ตอบ #2 เมื่อ: 18 มกราคม 07, 11:02:06 »

น้องที่ Office เข้าไปดูมาแล้วครับลุง

ตอนนี้ผมมั่นใจ 80% ว่าน้ำที่ขังอยู่ใต้ดิน ที่เคยใช้วิธี PVD เอาออกไปแล้ว มันกำลังกลับมาอีกแล้วครับ

ชั้นดินที่นั่นมันเป็น Wafer ยิ่งลึกยิ่งนิ่ม พอน้ำใต้ดินย้อนกลับมา (จะด้วยทางไหนก็แล้วแต่) ก็จะเข้าไปแทรกตัวอยู่ในทรายถม ทำให้มันนิ่ม พอมีน้ำหนักมากดทับที่ Asphalt มันเลยเป็นร่องอย่างนั้น

ลุงนึกภาพง่าย ๆ เหมือน ถนนรพช. ลาดยาง ที่ชั้นล่างมันไม่แน่น สิบล้อวิ่งมามันก็เลย เป็นหลุม ๆ ร่อง ๆ ยิ่งถ้าผิว Asphalt มันยัง Bonding ไม่ดีมันก็แตกครับ

จากรูปก็เป็นอย่างนั้นซะด้วย

จากความเห็นส่วนตัว วิธีแก้ระยะสั้นก็ต้องรื้อออกมาปะกันใหม่ทั้งหมด ถ้าราดทับเดี๋ยวก็เจ๊งอีก แต่ถ้าน้ำใต้ดินยังมาเรื่อย ๆ ก็จบเห่ครับ

วิธีแก้ระยะยาว ต้องพยายามให้น้ำใต้ดินเข้ามาน้อยที่สุด จะทำได้หรือไม่ ? เราท้าทายธรรมชาติโดยการสร้างสนามบินบน swamp นะครับ การถมทะเลแล้วสร้างสนามบินยังจะง่ายซะกว่า เพราะเราสามารถกำหนดชั้นหินและดินได้ง่ายขึ้นและสามารถใช้หินแข็ง ๆ มาถมเป็น foundation ได้


ลืมบอกไปว่า Taxiway อันนี้ ถ้าปล่อยให้มีการ crack ของผิว Asphalt ต่อไป โดยยังไม่ซ่อม ก็อาจจะมีเครื่องบินโชคร้าย ดูดเอาเศษ asphalt เข้าไปในท่อ Jet แบบนี้มีเฮครับลุง รับรองว่าเราโดนทุกสายการบิน boycott แน่ ๆ

เหนื่อยใจกับสนามบินนี้เหลือเกินครับลุง ที่เหนื่อยใจยิ่งกว่าคือยังอุตส่าห์มีลิ่วล้อแม้วบางตัวออกมาโพสต์ในเว็บบางแห่งว่า Taxiway คือลานจอดรถแท๊กซี่น่ะซิครับ เฮ้อ....กลุ้ม


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 18 มกราคม 07, 11:33:53 โดย Limmy » แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
chod
Newbie
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 30


ดูรายละเอียด
« ตอบ #3 เมื่อ: 18 มกราคม 07, 11:24:13 »

นานมาแล้ว ในราชดำเนิน ผมเคยกล่าวถึงเรื่อง พื้นดินของสุวรรณภูมิ ว่า มันสร้างไม่ได้ จริงๆ

พื้นดินของแถบบริเวณนี้ รวมถึงบ้านผมและของพี่ถึก  มันเป็นพื้นดินอุ้มน้ำและมีทางน้ำใต้ดิน แบบรูพรุนมาเป็นเวลาหลายพันปีแล้ว  เนื่องจาก  บริเวณนี้ ในอดีตก่อนมีแผ่นดิน  มันเป็นทะเล

จากสภาพภูมิประเทศของเมืองไทย ผืนดินราบลุ่มภาคกลางก่อน กรุงเทพ  จะเหมาะสมแก่การเพาะปลูก พวกธัญญพืช และข้าว เนื่องจาก แมน้ำเจ้าพระยา ได้นำพาตะกอนดินและสิ่งต่างๆอันก่อถมตัวเป็นปุ๋ย มาเพื่อลงปากอ่าว

ดินเหนียว เนดินองค์ประกบส่วนใหญ่ที่ทับถมในบริเวณนี้  ครบคลุมไปจนถึงสมุทรปราการ อันเป็นบริเวณตะกอนทับถมจุดสุดท้าย ก่อนที่น้ำจะลงสู่อ่าว

พื้นที่ที่เกิดตะกอนทับถมนี้เอง  เราเรียกว่า ดินดอนสามเหลี่ยม  หรือ ภาษาฝรั่งมันเรียกว่า delta land

อันหมายถึงพื้นที่ดินที่มิใช่ผืนแผ่นดินเดิมเมื่อครั้งเกิดการแตกแยกของแผ่นดินในหลายล้านปีก่อน (ทำให้เกิดทวีปมากมาย)  ต่เกิดจากการทับถมตัวของตะกอนซากและดิน สุมทับกัน  จากการพามาของน้ำ ที่ไหลลงทะเลตามธรรมชาติของมัน

การทับถมดังกล่าว แน่นอนว่า มันไม่ได้อัดแน่นเป็นเนิ้อดินเดียวกัน  บางส่วนแน่น  บางส่วนไม่แน่น  ก่อให้เกิดรูพรุนมากมายในชั้นดิน
ทำให้เกิด ทางน้ำใต้ดินแบบรูพรุน  ซึ่งต่างกับทางน้ำใต้ดินแบบลำรที่มีอยู่ในเขตหินเก่า  หรือที่ที่มีการหดตัวไม่เท่ากันของดินและการสะสมน้ำซึมจนเป็นธารน้ำใต้ดิน

ทางน้ำใต้ดินแบบรูพรุนนี้  ขอให้นึกภาพฟองน้ำที่อุ้มน้ำไว้ครับ  และนึกต่อไปว่า เป้นฟองน้ำที่บางส่วนแข็งกว่าส่วนอื่นแต่พรุน  บางส่วนอ่อน  บางส่วนเป็นโพรง

ยามที่ไม่มีน้ำให้อุ้ม มันก็จะเป็นโพรงใหญ่บ้างเล็กบ้าง
ยามน้ำบ่ามา  ให้อุ้มมันก็จะอุ้มในปริมาตรต่างกัน แล้วแต่โพรงภายใน


..................กลับมาที่การก่อสร้างสนามบิน เมื่อครั้งดูแลงานฐานราก  งานถม

มีความพยายามแบบโง่ๆที่ไม่ปรากฏว่าทฤษฎีนี้ถูกใช้มาก่อนในที่ใด ในสภาพเหมือนเรา  มันเป็นเพียงทฤษฎีของต่างประเทศเท่านั้น และใช้ก่อสร้างกับพื้นดินที่ง่ายต่อดินถล่มบางพื้นที่

เขาใช้การฉีดโฟม มูลค่ามหาศาลเพื่อพยายามอุดโพรงต่างๆในแต่ละชั้นดิน และในขณะเดียวกันกก็สูบน้ำออกมา  โดยหวังว่า โฟมอะไรนั่น  จะไปเป็นมวลเเทนที่โพรงจนหมด

นั่นคือ ความคิดที่โง่และ สิ้นเปลืองมหาศาลในค่าใช้จ่าย..........แต่ก็ผลาญทั้งเงินและเวลาไปหมดแล้วครับ

ไม่มีทางที่จะทำให้โพรงหายไปหมดได้  กลับยิ่งทำให้เกิดความแตกต่างในความหนาแน่นของมวลดินที่มีอยู่ให้มากขึ้น ซึ่งเดิมก็มีอยู่แล้ว  แต่ไม่ได้ส่งผลมากนัก นั่นคือ การทรุดตัวของแผ่นดิน  ที่มีมาอย่างต่อเนื่อง ในเขตนี้ต่อเนื่องไปจนถึงสมุทรปราการ  


.......................มองง่ายๆในประกาศห้ามขุดบ่อบาดาลในเขตนี้  ซึ่งมีมาก่อนผมหรือหลายคนเกิดด้วยซ้ำ  มันเพราะอะไร?กัน  ก็เพราะ  ยิ่งไปสูบน้ำบาดาลออกมา โพรงน้ำดังกล่าว ก็จะเกิดการทรุดตัวน่ะสิครับ!!!!!!!!!!!  

มวลนั้น หากแตกต่างกันในความหนาแน่น มาก  เมื่อขยายหรือหดตัว  ก็จะเกิดขึ้นในลักษณะต่างกัน นั่นคือเกิดการเบียดตัวของมวล
.......คล้ายๆ........การที่แผ่นดินเคลื่อนตัวนั้นก็เกิดจากความร้อนใจกลางโลกที่ให้ผืนชั้นนดินส่วนหนึ่งมันร้อนมากในเส้นทางแมกมา  แต่ในขณะผืนดินข้างๆกลับน้อยกว่า   การขยายตัวของมันจึมีสูงจนดปร่งพองและเกิดการเคลื่อนตัวเบียดแผ่นดินื่นที่เย็นตัวกว่านั่นเอง

.......พื้นล่างของรันเวย์นั้น  สภาพพื้นดินที่เป็นดินเหนียวอุ้มน้ำ ที่มีโพรง มันก็จะเกิดสภาพ การเคลื่นตัวของดินไปมา เพราะ โพรงเล็กๆมากมายนั่นแหละครับ  เหมือนดินมันเล่นเก้าอี้ดนตรี

น้ำมาแล้วก็ไป  เมื่อน้ำซึมออกปากอ่าวจนได้ระดับหนึ่ง  โพรงอากาศมากมายก็จะเกิดในชั้นดินครับ เมื่อความร้อนจากแสงอาทิตย์ผ่านลงไป   แน่นอน การอม และคายความร้อน จะแตกต่างกันในแต่ละโพรง และชั้นดิน  เพราะขนาดโพรงและความหนาแน่นในชั้นดินมันต่างกัอยู่แล้ว

หากเป็นผืนดินธรรมดาที่ไม่ต้องอาศัย absolute flat way ก็คงไม่มีผลอะไรนัก เมื่อเกิดแรงตึงตัวที่ต่างกันของดิน
....แต่กับ  รันเวย์ ของเครื่องบินนั้น ต่างกัน

เนื่องจากสภาพรันเวย์นั้น เสมือนเราเอาแท่งปูนที่เป็นสแปนใหญ่ๆไปวางยึดกับดิน  หากเกิดการยุบตัวแม้ส่วนใดของดินที่ยุบไม่เท่ากัน ก็จะเกิดผลต่อ สแปนนั้นอย่างแน่นอน

ยิ่งมีแรงส่งแบบไหวตัวจากการขึ้นลงชองเครื่องบินด้วยแล้ว เหมือนเรากำลังทุบพื้นปูนด้วยฆ้อนที่มีขนาดใหญ่เล็กในการส่งแรงที่ไม่เท่ากัน  ก่อให้เกิดการแยกตัวเพราะแรงที่ไม่เท่ากัน มากกกว่า จะแยกตัวของการหล่อเนื้อคอนกรีตที่เป็นสแปนเอง

นั่นคือการแยกตัวของสแปนทั้งหมด

แต่กรณีสนามบินตอนนี้ยังไม่ไปถึงขั้นนั้น

สแปนคอนกรีต จะมีผิวรันเวย์อีกชั้นที่หล่อยึดเข้าด้วยกัน ผวนี้จะมีความหยุ่นตัวและรับแรงสั่นได้ดี ก่อนที่แรงสั่นจากการขึ้นลงของเครื่องจะส่งไปถึงเนื่อสแปนช้างล่าง

ผิวรันเวย์ที่แยกและร่อนออก  มันน่าจะมีสาเหตุมาจาก  การหล่อมวลในครั้งแรกของผิวนี้ ส่วนหนึ่ง
อีกส่วนก็คือ  แรงสั่นสะท้อนกลับจากเนื้อสแปนข้างใต้  และ การยุบตัวที่ไม่เท่ากันของชั้นดินฐานราก


และเนื่องจาก ไม่มีใครที่จะขุดลึกลงไปตรวจสอบว่า มันแยกออกมาจากเนื้อสแปนลามมาพื้นิวหรือไม่  เพราะไม่เหห็นว่าจะมีการสั่งการให้ตรวจสอบแบบเจาะลงไปให้ลึกถึงเนื้อสแปน


มันก็เลยเปนช่องให้อ้างว่า  ผิวหน้าเท่านั้น  

หากจะเอากันให้ปลอดภัยและชัดเจน  ต้องเจาะให้ลึกจนถึงเนื้อสแปน



งานนี้ ไม่ใช่น้ำท่วมปาก   แต่เงินท่วมปากท่านวิศวกรผู้ยิ่งใหญ่ หลายๆท่าน


กระผมมันแค่ คนกระจอก ที่บังเอิญพอมีความรู้นิดหน่อยเท่านั้น   นึกๆเอาแล้วก็มาแจงครับ  พี่ถึก   อิอิ

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
p-cha
Sr. Member
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,053



ดูรายละเอียด
« ตอบ #4 เมื่อ: 18 มกราคม 07, 11:44:43 »

ที่เคยสร้างภาพกันว่า "เป็นความภูมิใจของคนไทยทั้งชาติ"

กำลังจะปรากฏความชัดเจนขึ้นเร็วกว่ากำหนด....ว่า


คนไทยควรจะภูมิใจเช่นนั้นหรือเปล่า....


แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
type
Full Member
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 284


ดูรายละเอียด
« ตอบ #5 เมื่อ: 18 มกราคม 07, 14:40:42 »

อ้าว แล้วทำไม คมช. อนุญาติให้เปิดหว่า slime_bigsmile
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
amalit1990
Full Member
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 504


แม่ มา.....แม่ มา !!!!(นู๋ไม่ใช่ลิงนะ 5555)


ดูรายละเอียด
« ตอบ #6 เมื่อ: 18 มกราคม 07, 17:46:36 »

ก้เล่นทำซะเสร็จ(แบบลวกๆ)
จะไม่ให้เปิดได้ไง
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

ฝนซาฟ้าแจ่มใส สายรุ้งงามจับใจ
นกกาที่อาศัย โผขึ้นฟ้านภาลัย
กบเขียดร้องระงมไพร กลางหุบเขา เขาคือใคร
คือชีวิตและจิตใจ ที่มั่นคงไม่เสื่อมคลาย
เป็นขุนเขาและสายใย เป็นหุบเขาฝนโปรยไพร
เขาคือเขาฝนโปรยไพร ที่ลมพัดจากแดนไกล...นำฝนมา

กนกพงศ์(คนฟังเสียงฝน)

เนื้อร้อง&ทำนอง มาโนช พุฒตาล
(ลุง)ถึก สไลเดอร์
Full Member
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 359



ดูรายละเอียด
« ตอบ #7 เมื่อ: 18 มกราคม 07, 18:29:58 »

ยังไงๆก็ต้องเปิด เปิดตามราคาคุยของคนหน้าเหลี่ยมไง
เปิดแล้วก็ได้ประจานความชุ่ยกี่ของมันและลิ่วล้อได้เร็วกว่ากำหนดไงเล่า....กร๊ากกกกกก
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 18 มกราคม 07, 20:10:32 โดย (ลุง)ถึก สไลเดอร์ » แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
ไทเมือง
Sr. Member
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 12,813


สายใยไทยทั้งเมือง


ดูรายละเอียด
« ตอบ #8 เมื่อ: 26 มกราคม 07, 02:32:08 »

กระทู้ลุงถึกคนอ่านเยอะจังเลย

ลุงถึกไม่อัพเดท การขุดกรุมหาสมบัติกลางสุวรรณภูมิต่อเหรอครับ


 slime_bigsmile slime_bigsmile slime_bigsmile
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

อัพเดทอาสา
Global Moderator
Sr. Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4,054



ดูรายละเอียด
« ตอบ #9 เมื่อ: 26 มกราคม 07, 03:37:47 »

"บิ๊กห้าว" เผยแท็กซี่เวย์-รันเวย์ สุวรรณภูมิเยิน เครื่องบินไม่กล้าบินลง

วันที่ 25 ม.ค. 2550

วันนี้ (25 ม.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ร.อ.ธีระ ห้าวเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายสรรเสริญ วงค์ชะอุ่ม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม พลเอกสพรั่ง กัลยาณมิตร ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบกในฐานะประธานคณะกรรมการ บริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. พล.ร.อ บรรณวิทย์ เก่งเรียน ประธานคณะกรรมาธิการคมนาคม สภานิติบัญญัติ (สนช.) นายต่อตระกูล ยมนาค กรรมการ ทอท. ได้เข้าตรวจพื้นแท็กซี่เวย์ และรันเวย์ที่เกิดรอยร้าว ภายในท่าอากาศยานสุวรรรภูมิ

พล.ร.อ.ธีระ เปิดเผยว่า ยอมรับว่าปัญหารอยร้าวและการทรุดตัวที่เกิดขึ้นบริเวณแท็กซี่เวย์นั้น ได้กินพื้นที่กว้างขึ้น ซึ่งขณะนี้มีการซ่อมเพื่อให้สามารถใช้ได้ชั่วคราว แต่ก็ยังไม่มีใครรับรองว่าการซ่อมดังกล่าวจะใช้ได้นานแค่ไหน คาดว่าหลังจากที่ได้มีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบซึ่งมีนายต่อตระกูล ยมนาค เป็นประธาน จะสามารถเข้ามาตรวจสอบพื้นผิว โดยการเจาะดินไปสำรวจได้โดยใช้ระยะเวลาประมาณ 2 สัปดาห์ ซึ่งการเจาะดินสำรวจครั้งนี้จะให้เจาะลึกลงไปมากกว่า 30 เซนติเมตรให้ถึงชั้นทราย เพื่อให้การสำรวจเป็นไปอย่างสมบูรณ์

"ปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นมีผลกระทบกับความสะดวกสบายของผู้โดยสารที่มาใช้บริการ เพราะเครื่องบินไม่สามารถที่จะเข้ามาเทียบที่สะพานเทียบเครื่องบินได้ ถึง 11 จุด และได้พังไปแล้วอีก 1 จุด จากทั้งหมด 51 จุด เนื่องจากพื้นแท็กซี่เวย์ ทรุดตัว อยู่ระหว่างการซ่อมทำให้ต้องปิดการให้บริการ การจราจรของเครื่องบินแออัด ต้องไปจอดที่ไกลๆ และขณะนี้ก็ได้เริ่มกระทบกับภาพลักษณ์ของประเทศ และมีเครื่องบินไม่กล้าที่จะเข้ามาใช้บริการ เพราะเกรงในเรื่องของความไม่ปลอดภัย" รมว.คมนาคม กล่าว
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
(ลุง)ถึก สไลเดอร์
Full Member
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 359



ดูรายละเอียด
« ตอบ #10 เมื่อ: 26 มกราคม 07, 17:04:53 »

ตอนนี้ ไม่ต้องทำอะไรมากครับลุงแคน
ยกให้สื่อต่างชาติช่วยกันจัดการกันไปก่อนละกาน....เอิ้กกกก
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
ไทเมือง
Sr. Member
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 12,813


สายใยไทยทั้งเมือง


ดูรายละเอียด
« ตอบ #11 เมื่อ: 26 มกราคม 07, 18:34:28 »

ตอนนี้สมาชิก ไทยรักไทยเถียงไม่ออก ไปไม่เป็นแล้วครับ

เพราะโฆษณาว่าเป็นผลงานของตัวเองไว้เยอะ...

ผลงานโกงมันฟ้อง
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

นิรนาม
Full Member
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 215



ดูรายละเอียด
« ตอบ #12 เมื่อ: 26 มกราคม 07, 21:48:20 »

สาวกไทยรักไทย ยังจำภาพนี้กันได้ไหมเอ่ย..

คณะฝ่ายกฏหมาย และกองงานโฆษก พรรคไทยรักไทย นำสื่อมวลชน ไปตรวจดูความพร้อมก่อนเปิดใช้งานของสนามบิน และ แถลงข่าวผลสรุปความคืบหน้าของโครงการณ ภายในอาคารผู้โดยสาร สนามบินสุวรรณภูมิ วันที่ 23 สิงหาคม 2549









ใครเป็นใครดูหน้ากันเอาเอง แล้วช่วยตามกลับไปดูสนามบินสุวรรณภูมิด้วยนะครับ..
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

"เกิดอีสาน อยู่อีสานและขอตายอยู่ถิ่นอีสาน"
นิรนาม
ปุถุชน
Full Member
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 689


ดูรายละเอียด
« ตอบ #13 เมื่อ: 26 มกราคม 07, 22:26:40 »

อ้าว แล้วทำไม คมช. อนุญาติให้เปิดหว่า slime_bigsmile

  ฮืมม์.........................ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
นิรนาม
Full Member
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 215



ดูรายละเอียด
« ตอบ #14 เมื่อ: 26 มกราคม 07, 22:31:32 »

ช่วยกันดูแลเรื่องเล่านี้หน่อยนะครับ..รู้สึกว่าจะอนุมัติกันยุบยับไปหมด มีโครงการไหนบ้าง "ส่งกลิ่น" แต่ดูแล้วน่าจะทุกโครงการน่ะแหละ

สรุปรายงานการประชุมคณะกรรมการบริหารการพัฒนา
ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (สกภ.)
 
ครั้งที่ กทภ. 2 / 2547
วันที่ 5 ส.ค. 2547

The Suvarnabhumi Airport Development Committee
 
ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร เป็นประธาน การประชุม คณะกรรมการบริหารการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (กทภ.) ครั้งที่ กทภ. 2/2547 เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 5 สิงหาคม 2547 ณ ตึกสันติไมตรี (หลังใน) ทำเนียบรัฐบาล กรุงเทพมหานคร โดยเริ่มประชุมเวลา 10.15 น. มีระเบียบวาระการประชุม เรื่องเพื่อทราบ จำนวน 10 เรื่อง และเรื่องเพื่อพิจารณา จำนวน 3 เรื่อง ดังรายละเอียดการประชุมดังนี้
 
1. ประธานกรรมการ กทภ. ได้กล่าวต่อที่ประชุม โดยขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในงานพัฒนาสนามบิน สุวรรณภูมิทุกฝ่าย ที่ได้ร่วมกันปฏิบัติหน้าที่จนได้ผลงานก่อสร้างก้าวหน้ามาโดยลำดับ อย่างไรก็ตามยังพบว่ามีเรื่องที่น่าเป็นห่วงสำหรับสนามบินสุวรรณภูมิอยู่หลายเรื่อง จึงขอให้ผู้มีส่วนรับผิดชอบนำไปพิจารณาดำเนินการตามความเหมาะสมต่อไป ดังต่อไปนี้
 
(1) ทางเข้าสนามบิน ด้านทิศใต้ที่กรมทางหลวงก่อสร้างแล้วเสร็จ โดยแยกออกจากทางหลวงบางนา-บางปะกง ซึ่งพบว่า มีช่องจราจรบนทางหลักเพียง 2 ช่องจราจรต่อทิศทาง แต่มีช่องจราจรในทางคู่ขนานอีกข้างละ 2 ช่องจราจร รวมทั้งหมดเป็นถนน 8 ช่องจราจรในสองทิศทาง ซึ่งน่าจะไม่พอเพียงสำหรับรองรับการเดินทางเข้า-ออกสนามบินสุวรรณภูมิเมื่อเริ่มเปิดให้บริการสนามบิน
 
(2) การใช้วัสดุสีท่อระบายน้ำจากผิวสะพานของชุมทางต่างระดับซึ่งก่อสร้างข้ามถนนบางนา-บางปะกง เข้าสนามบินด้านใต้ ปรากฏว่ามีการก่อสร้างโดยใช้ท่อพลาสติกสีฟ้าที่ฉูดฉาดเป็นท่อระบายน้ำจำนวนมาก สำหรับระบายน้ำจากสะพานข้ามทางแยกลงสู่พื้นล่าง ทำให้เห็นภาพไม่สวยงามเมื่อขับรถผ่านเข้าไปใต้บริเวณชุมทางต่างระดับ
 
(3) สมควรหรือไม่ที่จะมีทางเชื่อมโดยตรงจากทางด่วนบูรพาวิถีของการทางพิเศษแห่งประเทศไทยเข้า-ออกสนามบินด้านทิศใต้ ทั้งนี้เพราะจะอำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสารเครื่องบินที่ใช้ทางด่วนได้เป็นอย่างดี
 
(4) การปลูกต้นไม้ตลอดแนวถนนทางเข้าสนามบินด้านใต้ ซึ่งยังไม่ได้เริ่มดำเนินการเท่าที่ควร ทั้งที่ขณะนี้ควรจะเห็นต้นไม้โตปกคลุมตลอดแนวเส้นทางแล้ว จึงขอให้รองนายกรัฐมนตรี (นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา) รับไปกำกับดูแลต่อไป
 
(5) เรื่องที่ได้มอบหมายให้บริษัทท่าอากาศยานสากลกรุงเทพแห่งใหม่ จำกัด ในการประชุมคณะกรรมการ กทภ. ครั้งที่แล้ว เพื่อไปพิจารณาว่าควรจะเริ่มก่อสร้างถมทรายบริเวณที่จะใช้เป็นทางวิ่งที่สามของสนามบินเสียตั้งแต่ในขณะนี้หรือไม่ เพราะหากรอไว้เพื่อไปก่อสร้างทีหลังระหว่างเปิดใช้สนามบินสุวรรณภูมิแล้ว จะก่อให้เกิดฝุ่นละอองหรือเศษหินอันเนื่องมาจากการก่อสร้างถมทรายที่รบกวนการมองเห็นของนักบิน หรือเกิดความไม่ปลอดภัยในการขึ้นลงของเครื่องบินได้ เรื่องต่อไปคือเรื่องอาคารผู้โดยสารและอาคารเทียบเครื่องบิน ซึ่งควรจะคืบหน้าตามแผนมากกว่านี้ แต่ปรากฏว่าการก่อสร้างยังล่าช้าอยู่พอสมควร จึงใคร่ขอเสนอเป็นหลักเกณฑ์ปฏิบัติว่า หากบริษัทผู้รับเหมากลุ่มใดก่อสร้างโครงการสนามบินสุวรรณภูมิล่าช้ากว่าแผนเกินร้อยละ 7.5 จะไม่อนุญาตให้บริษัทกลุ่มนั้นเข้าประมูลงานก่อสร้างของภาครัฐที่จะประกวดราคากันต่อไปทุกงาน ทั้งนี้เพื่อเตือนให้บริษัท ผู้รับเหมาเหล่านั้นทุ่มเททรัพยากรที่มีทั้งหมดให้แก่งานก่อสร้างสนามบินสุวรรณภูมิให้แล้วเสร็จตามกำหนด เพราะขณะนี้หากงานก่อสร้างใดที่ล่าช้ากว่าแผนและบริษัทผู้รับเหมามีการทุ่มเททรัพยากร ให้แก่การก่อสร้างอย่างแท้จริง ก็จะยังสามารถก่อสร้างโครงการให้เสร็จทันตามกำหนดได้ สำหรับเรื่องสุดท้าย ได้แก่การที่บริษัทผู้รับเหมาญี่ปุ่นได้ทำเรื่องร้องเรียนต่อสถานทูตญี่ปุ่นในประเทศไทยว่า โครงการก่อสร้างหลายโครงการของสนามบิน สุวรรณภูมิ ยังมีปัญหาและก่อให้เกิดความล่าช้าแก่การทำงานของบริษัทผู้รับเหมา โดยเฉพาะโครงการหอควบคุมการบินของ บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด ซึ่งบริษัทผู้รับเหมาคาดว่าอาจจะก่อสร้างเสร็จไม่ทันตามกำหนดในสัญญา จึงขอให้ผู้รับผิดชอบในหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกท่านรับไปดำเนินการโดยด่วนต่อไป
 
2. ที่ประชุม กทภ. รับทราบเรื่องต่างๆ 10 เรื่อง ดังต่อไปนี้
 
2.1 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม รายงานผลการดำเนินงานพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
 
2.2 มติคณะรัฐมนตรีเห็นชอบมติคณะกรรมการบริหารการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ครั้งที่ กทภ.1/2547 (25 มี.ค. 2547) เมื่อวันที่ 11 พ.ค. 2547 อนุมัติตามมติ กทภ. ครั้งที่ กทภ. 1/2547 รวม 4 เรื่อง ได้แก่ (1) การวางแผนผังการพัฒนาเมืองศูนย์กลางการบินสุวรรณภูมิ (Suvarnabhumi Aerotropolis) (2) โครงการที่จอดรถภายในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและการให้เอกชนเป็นผู้รับสัมปทานบริหารที่จอดรถ (3) งบประมาณเพิ่มเติมโครงการจัดหาอุปกรณ์บริการจราจรทางอากาศ และหอบังคับการบินพร้อมอาคารสำนักงาน ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และ (4) โครงการก่อสร้างสถานีแปลงไฟฟ้าสถาีนีที่ี่ 2 ของ บริษัท ท่าอากาศยานสากลกรุงเทพแห่งใหม่ จำกัด
 
2.3 โครงการก่อสร้างระบบรถไฟด่วนโดยสาร สายพญาไท – มักกะสัน – สนามบินสุวรรณภูมิ โดย ครม. มีมติเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2547 อนุมัติให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ดำเนินการก่อสร้าง โครงการรถไฟด่วนเพื่อการโดยสาร เป็นระบบรถไฟที่มีความเร็ว 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เชื่อมท่าอากาศยานสุวรรณภูม ิและกำหนดให้มีพื้นที่ภายในสถานีที่มักกะสัน / อโศก ซึ่งผู้โดยสารเครื่องบินสามารถตรวจเช็คบัตรโดยสาร และส่งกระเป๋าสัมภาระขึ้นเครื่องบิน หรือรับกระเป๋าสัมภาระภายหลังลงจากเครื่องบิน วงเงินลงทุนรวม 3 หมื่นล้านบาท ซึ่ง รฟท. จะว่าจ้างเอกชนเป็นผู้ก่อสร้าง แล้วรัฐจะจ่ายค่าก่อสร้างและค่าใช้จ่ายทางการเงินพร้อมดอกเบี้ยคืนเอกชนภายหลังก่อสร้างเสร็จ หรือรัฐอาจจ่ายก่อนการก่อสร้างแล้วเสร็จ หากรัฐสามารถระดมเงินลงทุนของโครงการได้ก่อน
 
2.4 คณะกรรมการเร่งรัดการดำเนินงานก่อสร้างท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ของ กระทรวงคมนาคม เสร็จสิ้นภารกิจ
 
2.5 การใช้ประโยชน์ท่าอากาศยานกรุงเทพ (ดอนเมือง) ภายหลังวันที่ 29 กันยายน 2548
 
2.6 ผลการหารือเรื่องภาษีโรงเรือนและที่ดินของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
 
2.7 มาตรการควบคุมการใช้ที่ดินบริเวณรอบสนามบินสุวรรณภูมิ
 
2.8 การศึกษาความเหมาะสมสำหรับโครงการศูนย์ลอจิสติกส์ในจังหวัดสมุทรปราการ
 
2.9 ผลการดำเนินงานของคณะอนุกรรมการบริหารและพัฒนากิจการภายในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
 
2.10 ผลการดำเนินงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
 
3. ที่ประชุมได้ชมวีดิทัศน์แสดงความก้าวหน้าของโครงการก่อสร้างทุกโครงการของหน่วยงานในการพัฒนาสนามบินสุวรรณภูมิ เป็นเวลา 15 นาที << ชมวีดิทัศน์ความก้าวหน้าการก่อสร้างสนามบินสุวรรณภูมิ ณ มิ.ย. 2547 >>
 
4. สำหรับการประชุม กทภ. ครั้งนี้ ที่ประชุมได้มีมติในวาระต่างๆ ดังต่อไปนี้
 
4.1 งบลงทุนเพิ่มเติมโครงการลงทุน ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ของ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน)
 
อนุมัติงบลงทุนเพิ่มเติมโครงการลงทุนในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ของบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) สำหรับงบประมาณปี 2547/48 – 2548/49 จำนวน 1,363.81 ล้านบาท ตามที่บร ิษัทเสนอมา เพื่อเพิ่มขีดความสามารถให้บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) คงความเป็นผู้นำด้านการให้บริการแก่ผู้โดยสารเมื่อเปรียบเทียบกับสายการบินอื่นๆ ทั่วโลก
 
4.2 โครงการก่อสร้างศูนย์รถโดยสารในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ของ บริษัท ท่าอากาศยานสากลกรุงเทพแห่งใหม่ จำกัด
 
(1) อนุมัติงบลงทุนปีงบประมาณ 2548 เพิ่มเติมให้แก่บริษัท ท่าอากาศยานสากลกรุงเทพแห่งใหม่ จำกัด เพื่อลงทุนก่อสร้างศูนย์รถโดยสารปรับอากาศที่ทันสมัยได้มาตรฐานทัดเทียมกับสถานีรถโดยสารของสนามบินในต่างประเทศ ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยมีวงเงินลงทุน 308.6 ล้านบาท (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) เป็นเงินจากส่วนของผู้ถือหุ้น
 
(2) ให้ความเห็นชอบในหลักการของระบบเส้นทางเดินรถโดยสารปรับอากาศมวลชนขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ สำหรับให้บริการแก่พนักงานที่ทำงานในสนามบินและแก่ประชาชนทั่วไปที่จะเดินทางเข้าออกทำธุรกิจที่สนามบินสุวรรณภูมิตามที่เสนอมา ทั้งนี้ขอให้องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ พิจารณาจัดเส้นทางเดินรถโดยสารปรับอากาศมวลชนเพิ่มเติม เพื่อเชื่อมต่อกับสถานีรถไฟด่วนสายพญาไท – มักกะสัน – สนามบินสุวรรณภูมิ ที่บริเวณสถานีรถไฟมักกะสัน / อโศก ในโครงการที่การรถไฟแห่งประเทศไทยได้รับอนุมัติให้ดำเนินการก่อสร้างไว้แล้ว เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้โดยสารเครื่องบินที่สถานีรถไฟด้วย
 
4.3 การเตรียมการเพื่อให้ได้กรรมสิทธิ์ที่ดินทางเข้าสนามบินด้านใต้เพิ่มเติมของ บริษัท ท่าอากาศยานสากลกรุงเทพแห่งใหม่ จำกัด
 
เห็นชอบให้บริษัท ท่าอากาศยานสากลกรุงเทพแห่งใหม่ จำกัด (บทม.) ประสานกับ กรมทางหลวง เพื่อดำเนินการจัดหาที่ดินบริเวณทางเข้าอาคารผู้โดยสารด้านใต้ของสนามบินสุวรรณภูมิเพิ่มเติม โดยใช้เงินจากส่วนของผู้ถือหุ้นของ บทม. และให้กรมทางหลวงเป็นหน่วยงานดำเนินการสำรวจและจัดหาที่ดินดังกล่าวเพื่อมอบให้แก่ บทม. ต่อไป
 
4.3 การจัดตั้งสถานีตำรวจสนามบินสุวรรณภูมิ
 
(1) เห็นชอบให้บริษัท ท่าอากาศยานสากลกรุงเทพแห่งใหม่ จำกัด (บทม.) จัดพื้นที่ห้องพักสำหรับใช้นั่งพักผ่อนให้แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจไว้ภายในอาคารผู้โดยสาร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ
 
(2) อนุมัติในหลักการให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติก่อสร้างโครงการสถานีตำรวจในพื้นที่สนามบินสุวรรณภูมิ เพื่อให้บริการแก่ประชาชนโดยใช้พื้นที่ซึ่ง บทม. จะกำหนดให้ และใช้เงินลงทุนจากส่วนของผู้ถือหุ้นของ บทม. ทั้งนี้ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทำความตกลงในเรื่องรูปแบบและโครงสร้างอาคารสถานีตำรวจโดยประสานกับ บทม. ต่อไป
 
และที่ประชุมมีเรื่องเพื่อหารือ ดังต่อไปนี้
 
(1) เรื่องการขออนุมัติให้บริษัท ท่าอากาศยานสากลกรุงเทพแห่งใหม่ จำกัด (บทม.) ก่อสร้างถมทรายเตรียมไว้ล่วงหน้าสำหรับพื้นที่ซึ่งจะก่อสร้างทางวิ่งที่สามด้านฝั่งตะวันตก ตลอดจนถมทรายที่จอดเครื่องบินของอาคารเทียบเครื่องบินรอง (Midfield Concourse)
 
เป็นเรื่องที่ประธานกรรมการ กทภ. ได้มีดำริไว้เมื่อการประชุมคณะกรรมการ กทภ. ครั้งที่แล้วในวันที่ 25 มีนาคม 2547 ทั้งนี้ เรื่องแรกคือการดำเนินโครงการถมทรายของพื้นที่สำหรับใช้เป็นทางวิ่งที่สามและที่จอดเครื่องบินอาคารเทียบเครื่องบินรองนั้น จำเป็นต้องใช้เวลาเพื่อรอให้ทรายทรุดตัวแน่นประมาณ 2 ปี จึงควรรีบดำเนินการเสียแต่บัดนี้ เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบด้านทัศนวิสัยของนักบินและด้านความปลอดภัยของเครื่องบินเมื่อเริ่มเปิดใช้สนามบินสุวรรณภูมิ ประมาณการเบื้องต้นค่าก่อสร้างเพื่อถมทรายทางวิ่งที่สาม เป็นเงิน 2,800 ล้านบาท และค่าถมทรายที่จอดเครื่องบินของอาคารเทียบเครื่องบินรอง เป็นเงิน 2,860 ล้านบาท รวมเป็นเงินลงทุนประมาณ 5,660 ล้านบาท แต่เนื่องจากในวันนี้ยังไม่ได้เสนอเรื่องนี้เป็นลายลักษณ์อักษร ดังนั้นทางกระทรวงคมนาคมจะรีบเสนอเรื่องนี้ผ่านตามขั้นตอนของบริษัท ท่าอากาศยานสากลกรุงเทพแห่งใหม่ จำกัด เพื่อให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติในวันที่ 28 กันยายน 2547 ซึ่งเป็นการประชุมคณะรัฐมนตรีที่สนามบินสุวรรณภูมิต่อไป ซึ่งที่ประชุมพิจารณาแล้วเห็นชอบในหลักการที่จะก่อสร้างโครงการดังกล่าวตามข้อเสนอของปลัดกระทรวงคมนาคม
 
(2) เรื่องการก่อสร้างทางเข้าสนามบินด้านใต้ต่อเชื่อมโดยตรงกับทางพิเศษบูรพาวิถีของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย บริเวณกิโลเมตรที่ 15 + 100 ของทางหลวงสายบางนา – บางปะกง
 
การทางพิเศษแห่งประเทศไทยขอเสนอก่อสร้างทางขึ้น-ลงทางพิเศษบูรพาวิถี ที่กิโลเมตร 15 + 100 บนทางหลวงสายบางนา – บางปะกง มูลค่าโครงการประมาณ 800 ล้านบาท เพื่อเชื่อมกับถนนระดับดินของกรมทางหลวงที่ก่อสร้างแล้วเสร็จบริเวณด้านใต้สนามบิน จากนั้นจะใช้ถนนระดับดินของกรมทางหลวงเข้าสู่สนามบินสุวรรณภูมิ ทั้งนี้แบบก่อสร้างได้ดำเนินการไว้เรียบร้อยแล้ว หากได้รับความเห็นชอบจะสามารถดำเนินการได้ทันที จึงขอให้ที่ประชุมได้พิจารณาข้อเสนอของการทางพิเศษแห่งประเทศไทยดังกล่าว
 
ประธานกรรมการ กทภ. มีความเห็นสรุปได้ว่า ทางเข้าสนามบินด้านใต้จำเป็นต้องเตรียมการไว้ล่วงหน้า เพื่อให้ผู้โดยสารสนามบินสามารถเข้าสู่สนามบินได้ทั้งจากทิศเหนือและทิศใต้ โดยการออกแบบจะต้องมีความสง่างามสมกับที่สนามบินสุวรรณภูมิจะเป็นสนามบินขนาดใหญ่และทันสมัยที่สุดแห่งใหม่ของโลก ซึ่งทางเข้าสนามบินที่โอ่อ่า สวยงาม และกว้างขวางจะเป็นสิ่งประทับใจประการแรกสำหรับผู้เดินทางด้วยเครื่องบิน จึงขอให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องพิจารณาดำเนินการด้วย
 
กรรมการและเลขานุการเสนอความเห็นต่อที่ประชุมสรุปได้ว่า โครงการทางขึ้น-ลงจากทางพิเศษบูรพาวิถี จะช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ใช้ทางด่วนของการทางพิเศษฯ เพื่อเข้าสนามบินด้านทิศใต้ ดังนั้นจะขอรับเรื่องนี้ไปพิจารณาร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แล้วรีบนำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาในวันที่ 28 กันยายน 2547 ซึ่งจะมีการประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่บริเวณสนามบินสุวรรณภูมิต่อไป ทั้งนี้จะยึดหลักการที่ประธานกรรมการ กทภ. ได้กำหนดแนวทางไว้ เพื่อให้สนามบินสุวรรณภูมิมีความสง่างาม ทันสมัยและเป็นที่ประทับใจแก่ผู้ใช้บริการ
 
นอกจากนี้ที่ประชุมได้รับทราบเรื่องอื่นๆ อีกดังต่อไปนี้
 
1. อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมืองได้รับอนุญาตจากประธานกรรมการ กทภ. เสนอข้อคิดเห็นต่อที่ประชุม สรุปว่า
 
(1) การทำวาระการประชุม ควรจัดให้มีเรื่องสืบเนื่องเพื่อพิจารณาไว้ก่อนวาระเรื่องเพื่อทราบ เพื่อให้ที่ประชุมสามารถติดตามผลการดำเนินงานของเรื่องที่ประธานกรรมการ กทภ. หรือเรื่องซึ่งที่ประชุมมีมติให้หน่วยงานรับไปดำเนินการ ทั้งนี้ประธานกรรมการ กทภ. เห็นด้วยกับข้อเสนอ โดยหากการประชุมครั้งใดมีเรื่องสืบเนื่องเพื่อพิจารณาก็ขอให้เพิ่มวาระนี้ไว้ด้วย
 
(2) ควรให้กรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบท หารือเพื่อเชื่อมต่อถนนที่ยังขาดช่วงในโครงการสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาของกรมทางหลวงชนบท บริเวณพระประแดงกับทางวงแหวนรอบนอกของกรมทางหลวง ซึ่งมีระยะทางขาดช่วงอยู่ประมาณ 600 เมตร ตามที่ได้เคยเสนอไว้ในการประชุมเมื่อประมาณ 2 ปีที่แล้ว ทั้งนี้ได้รับการชี้แจงจากผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจรว่าได้ดำเนินการประสานเรื่องนี้เรียบร้อยแล้ว โดยจะมีการก่อสร้างทางเชื่อมระหว่างโครงการของกรมทางหลวงชนบทกับโครงการของกรมทางหลวง เป็นถนนระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร บริเวณถนนปู่เจ้าสมิงพราย
 
2. อัยการสูงสุดเสนอข้อสังเกตต่อที่ประชุมสรุปว่า ตามที่ประธานกรรมการ กทภ. ได้กล่าวไว้ในระเบียบวาระที่ 3.5 เรื่องผลการหารือเรื่องภาษีโรงเรือนและที่ดินของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และระเบียบวาระที่ 3.6 เรื่องมาตรการควบคุมการใช้ที่ดินบริเวณรอบสนามบินสุวรรณภูมินั้น จะเห็นได้ว่า ภาครัฐได้ออกมาตรการบางอย่างซึ่งรอนสิทธิประชาชนในบางเรื่อง ดังนั้นภาครัฐจึงน่าจะมีมาตรการเพื่อชดเชยการรอนสิทธิที่กระทบต่อประชาชนควบคู่ไปด้วย ดังที่ประธานกรรมการ กทภ. ได้กล่าวว่า ในหลักการขอให้หน่วยงานดำเนินแผนงานซึ่งเป็นที่ยอมรับของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโครงการด้วย
 
ปิดประชุมเวลา 12.15 น.
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

"เกิดอีสาน อยู่อีสานและขอตายอยู่ถิ่นอีสาน"
นิรนาม
นิรนาม
Full Member
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 215



ดูรายละเอียด
« ตอบ #15 เมื่อ: 26 มกราคม 07, 22:53:18 »

ขออภัย..ผมงงเองเอารายงานการประชุมครั้งที่ 2 มาก่อนครั้งที่ 1
สรุปรายงานการประชุมคณะกรรมการบริหารการพัฒนา
ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (สกภ.)
ครั้งที่ กทภ. 1/2547 - 25 มี.ค. 2547

The Suvarnabhumi Airport Development Committee
 
ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร เป็นประธาน การประชุม คณะกรรมการบริหารการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ครั้งที่ กทภ.1/2547 เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 25 มีนาคม 2547 ณ ห้องประชุม บริษัท ท่าอากาศยานสากลกรุงเทพแห่งใหม่ จำกัด (บทม.) บริเวณท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จังหวัดสมุทรปราการ เริ่มประชุมเวลา 10.00 น. โดยมีระเบียบวาระการประชุม ได้แก่ เรื่องเพื่อทราบ จำนวน 9 เรื่อง และเรื่องเพื่อพิจารณา จำนวน 4 เรื่อง
 
และก่อนเริ่มการประชุม ได้มีการนำเสนอ วีดิทัศน์ ความก้าวหน้างานก่อสร้างภายในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ประมาณ 10 นาที และมีเรื่องที่ประธานแจ้งที่ประชุมเพื่อทราบ ดังต่อไปนี้
 
1. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมรายงานผลการดำเนินงานพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
2. มติคณะรัฐมนตรีเห็นชอบมติคณะกรรมการบริหารการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ครั้งที่ กทภ.4/2546 จำนวน 4 เรื่อง ได้แก่ (1) นโยบายการเก็บค่าผ่านทางหลวงพิเศษ (มอเตอร์เวย์) (2) ศูนย์รถโดยสารปรับอากาศ (Airport Express) ที่อาคารผู้โดยสาร (3) โครงการลงทุนระบบแจ้งข้อมูลผู้โดยสารล่วงหน้า (APIS: Advanced Passenger Information System) และเครื่องเอกซเรย์กระเป๋าสัมภาระผู้โดยสารของกรมศุลกากร และ (4) การให้เอกชนร่วมลงทุนในโครงการรถไฟสายพญาไท-มักกะสัน-สนามบินสุวรรณภูมิ
3. มติ ครม. เห็นชอบผลการพิจารณาคัดเลือกเอกชนดำเนินงานโครงการคลังสินค้า โครงการอุปกรณ์บริการภาคพื้น และสิ่งอำนวยความสะดวกด้านการซ่อมบำรุง โครงการระบบให้บริการเชื้อเพลิงอากาศยาน และโครงการครัวการบิน
4. มติคณะรัฐมนตรีอนุมัติการยกเลิกสัญญาเงินกู้จากธนาคารยุโรปเพื่อการลงทุนของ บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด
5. มติคณะรัฐมนตรีอนุมัติการขอยกเว้นไม่ต้องนำคำสั่ง กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ และมติคณะรัฐมนตรี ใช้บังคับกับรัฐวิสาหกิจหรือหน่วยงานทั่วไปมาบังคับใช้กับบริษัทร่วมทุนที่จัดตั้งขึ้น เพื่อดำเนินการโครงการโรงแรมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ของ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน)
6. รายงานความก้าวหน้าผลการดำเนินงานของคณะกรรมการเร่งรัดการดำเนินงานก่อสร้างท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
7. รายงานความก้าวหน้าผลการดำเนินงานของคณะอนุกรรมการบริหารและพัฒนากิจการภายในท่าอากาศยานสุวรรณภมิ
8. รายงานผลการดำเนินงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และ
9. บันทึกความเข้าใจเพื่อเร่งรัดการก่อสร้างอาคารผู้โดยสารและอาคารเทียบเครื่องบินระหว่างบริษัท ท่าอากาศยานสากลกรุงเทพแห่งใหม่ จำกัด กับกลุ่มบริษัท ไอทีโอ จอยท์ เวนเจอร์
 
สำหรับเรื่องวาระเพื่อพิจารณานั้น มีจำนวน 4 เรื่อง ได้แก่
 
1. การวางแผนผังการพัฒนาเมืองศูนย์กลางการบินสุวรรณภูมิ (Suvarnabhumi Aerotropolis)
2. โครงการที่จอดรถภายในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และการให้เอกชนเป็นผู้รับสัมปทานบริหารที่จอดรถ
3. งบประมาณเพิ่มเติมโครงการจัดหาอุปกรณ์บริการจราจรทางอากาศและหอบังคับการบินพร้อมอาคารสำนักงาน ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และ
4. โครงการก่อสร้างสถานีแปลงไฟฟ้าสถานีที่ 2 ของ บริษัท ท่าอากาศยานสากลกรุงเทพแห่งใหม่ จำกัด (บทม.) และเลิกประชุมเวลา 12.30 น.
 
(ยังมีต่อครับ)
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

"เกิดอีสาน อยู่อีสานและขอตายอยู่ถิ่นอีสาน"
นิรนาม
นิรนาม
Full Member
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 215



ดูรายละเอียด
« ตอบ #16 เมื่อ: 26 มกราคม 07, 22:54:33 »

(ต่อครับ)
สำหรับการประชุม กทภ. ครั้งนี้ ที่ประชุมได้มีมติต่างๆ ดังนี้
 
1. การวางแผนผังการพัฒนาเมืองศูนย์กลางการบินสุวรรณภูมิ (Suvarmnbhumi Aerotropolis)
 
1.1 อนุมัติแนวทางการพัฒนาเมืองศูนย์กลางการบินสุวรรณภูมิในแผนแม่บทการพัฒนาช่วง 30 ปี จนถึงปี พ.ศ. 2578 ตามที่สำนักงานคณะกรรมการบริหารการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (สกภ.) เสนอ ทั้งนี้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำแผนแม่บทการพัฒนาเมืองสุวรรณภูมิดังกล่าว ไปปฏิบัติให้บรรลุวัตถุประสงค์สอดคล้องกับแผนงานการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิในระยะต่อไปด้วย
1.2 เห็นชอบในหลักการให้จัดตั้งบรรษัทพัฒนาเมืองสุวรรณภูมิสำหรับทำหน้าที่ในการพัฒนาพื้นที่บริเวณโดยรอบท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ให้เป็นไปตามแผนแม่บทที่ได้รับอนุมัติ ทั้งนี้ให้สำนักงานคณะกรรมการบริหารการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ รับผิดชอบดำเนินการในรายละเอียด แล้วเสนอคณะกรรมการบริหารการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิพิจารณาต่อไป
2. โครงการที่จอดรถภายในท่าอากาศยานสุุวรรณภูมิและการให้เอกชนเป็นผู้รับสัมปทานบริหารที่จอดรถ
 
2.1 อนุมัติงบประมาณให้้ บริษัท ท่่าอากาศยานสากลกรุงเทพแห่งใหม่ จำกัด (บทม.) ดำเนินการก่อสร้างอาคารจอดรถจำนวน 2 อาคาร บริเวณด้านหน้าอาคารผู้โดยสารสนามบินสุวรรณภูมิ โดยใช้แหล่งเงินทุนของผู้ถือหุ้นในวงเงิน 935.5 ล้านบาท (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) พร้อมอนุมัติงบลงทุนประจำปี 2547 สำหรับโครงการดังกล่าว จำนวน 492.5 ล้านบาท และงบลงทุนประจำปี 2548 จำนวน 443.0 ล้านบาท
2.2 เห็นชอบให้บริษัท ท่่าอากาศยานสากลกรุงเทพแห่งใหม่ จำกัด (บทม.) เป็นผู้ลงทุนจัดหาอุปกรณ์ควบคุมการจอดรถสำหรับอาคารที่จอดรถและที่จอดรถกลางแจ้ง ซึ่งอยู่ด้านตะวันออกเฉียงเหนือของอาคารผู้โดยสาร โดยให้ บทม. เสนอรายละเอียดวงเงินลงทุนพร้อมทั้งแหล่งเงินให้คณะกรรมการบริการการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง
 
3. งบประมาณเพิ่มเติมโครงการจัดหาอุปกรณ์บริการจราจรทางอากาศและหอบังคับการบินพร้อมอาคารสำนักงาน ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
 
อนุมัติงบประมาณเพิ่มเติมจำนวน 502.08 ล้านบาท ให้ บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด (บวท.) เพื่อจัดหาอุปกรณ์บริการจราจรทางอากาศเพิ่มเติม 3 รายการ ได้แก่ การจัดหาอุปกรณ์วิทยุลูกข่ายระบบ Digital Trunked Radio การจัดหาและติดตั้งอุปกรณ์ระบบติดตามอากาศยาน และการจัดหาติดตั้งอุปกรณ์ระบบสื่อสารการเดินอากาศ พร้อมทั้งการก่อสร้างระบบสาธารณูปโภคและอาคารสำนักงานเพิ่มจาก 5 ชั้น เป็น 6 ชั้น
 
4. โครงการก่อสร้างสถานีแปลงไฟฟ้าสถานีที่ 2 ของบริษัท ท่่าอากาศยานสากลกรุงเทพแห่งใหม่ จำกัด (บทม.)
 
อนุมัติให้ บริษัท ท่่าอากาศยานสากลกรุงเทพแห่งใหม่ จำกัด (บทม.) ทำการก่อสร้างสถานีแปลงไฟฟ้าสถานีที่ 2 ในวงเงินค่าก่อสร้าง 357 ล้านบาท และค่าควบคุมงานก่อสร้าง 13 ล้านบาท รวมเป็น เงินลงทุนทั้งสิ้น 370 ล้านบาท โดยใช้เงินกู้จากประเทศญี่ปุ่น (JBIC)
 
เลิกประชุมเวลา 12.30 น. ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีฯ ได้ร่วมรับประทานอาหารกลางวันกับผู้เข้าประชุม และได้เยี่ยมชมบริเวณก่อสร้างท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

"เกิดอีสาน อยู่อีสานและขอตายอยู่ถิ่นอีสาน"
นิรนาม
นิรนาม
Full Member
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 215



ดูรายละเอียด
« ตอบ #17 เมื่อ: 26 มกราคม 07, 23:08:02 »

เดี๋ยวหาว่ามั่ว.. ผมเอาภาพการประชุมมาให้ดูด้วยดีกว่า..
http://www.nesdb.go.th/specialWork/suvarnabhumi/meeting_center/osdc_committee/6%20osdc_meeting%201-2547%20-%2025march47/osdc_meeting_pics%20-%2025march47/index.htm



พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ประธานที่ประชุม




บรรยากาศการประชุม
สว่นที่เหลือเปิดดูเอาเองนะครับ..
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

"เกิดอีสาน อยู่อีสานและขอตายอยู่ถิ่นอีสาน"
นิรนาม
asd
Full Member
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 617


Hooah! It's an army thing


ดูรายละเอียด
« ตอบ #18 เมื่อ: 27 มกราคม 07, 05:35:09 »

สุภาษิตวันนี้ขอเสนอคำว่า


วัวสันหลังหวะ  หมายถึง คนที่มีความผิดติดตัว ทำให้ต้องมีความหวาดระแวง



17 ธันวาคม 2546

        "การก่อสร้างสนามบินสุวรรณภูมิคืบหน้ามาก เชื่อว่าจะแล้วเสร็จตามกำหนดวันที่ 29 ก.ย.48 ...เมื่อสนามบินสุวรรณภูมิแล้วเสร็จ ก็จะเป็นสนามบินที่มีความทันสมัยที่สุด ดีที่สุด และปลอดภัยที่สุดในภูมิภาคนี้ สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยว หากเกิดปัญหาอะไรขึ้นตามมา ผมพร้อมที่จะรับผิดชอบร่วมกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง" พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร กล่าว


26 มกราคม 2550


       “นพดล” ออกโรงแก้ต่างตามใบสั่ง “แม้ว” ปัดสวะรับผิดสุวรรณภูมิเสียหาย โยนบาปอดีต รมต.ที่ดูแล อ้างนายกฯ แค่กำกับดูแลนโยบายในภาพรวม เล่นลิ้นหนุนรัฐบาลเร่งตรวจสอบและลงโทษคนผิด แต่ต้องเป็นธรรมและโปร่งใส ฉุนฉายาหลุมฝังศพ “ทักษิณ” อ้อนสังคมอย่าเพิ่งเหมารวม
       
       นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมายส่วนตัวของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีและครอบครัวชินวัตร กล่าวถึงการตรวจสอบสนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งขณะนี้พบปัญหาต่างๆ มากมายทั้งๆ ที่เพิ่งเปิดให้บริการได้เพียง 4 เดือนเศษว่า พ.ต.ท.ทักษิณก็ติดตามข่าวสารนี้ตลอดและไม่ได้กล่าวอะไร พ.ต.ท.ทักษิณบอกเพียงว่าสิ่งใดที่เกิดขึ้นหากมีจุดบกพร่องก็ต้องตรวจสอบและแก้ไข เช่น การซื้อบ้านหลังหนึ่ง หากพบว่ามีรอยหลังคารั่วหรือท่อน้ำแตกก็ต้องแก้ไขและตรวจสอบสาเหตุ
       
       การสร้างสนามบินสุวรรณภูมินั้น รัฐบาลชุดที่แล้วยืนยันว่าต้องดำเนินการให้เป็นสนามบินระดับภูมิภาค เพราะวางโครงการนี้มาหลายสิบปีแล้วแต่ไม่มีความคืบหน้า พ.ต.ท.ทักษิณต้องการให้สำเร็จขึ้นมา ส่วนสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงการก่อสร้าง อาทิ เครื่องตรวจวัตถุระเบิดซีทีเอ็กซ์9000 ที่มีการกล่าวหาว่าทุจริตนั้น ขอให้มองย้อนกลับว่า ในช่วงนั้น พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นหัวหน้ารัฐบาลที่กำกับดูแลนโยบายต่างๆ ในภาพรวม และได้มอบหมายให้ผู้ที่เกี่ยวข้องรับไปดำเนินการ
       
       พ.ต.ท.ทักษิณย้ำมาตลอดว่า สนามบินแห่งนี้ต้องก่อสร้างและใช้วัสดุอุปกรณ์ต่างๆ ให้ดีที่สุด และคงเป็นไปไม่ได้ที่ พ.ต.ท.ทักษิณจะต้องรับรู้ทุกเรื่อง เพราะผู้ที่เกี่ยวข้องก็รับนโยบายไปดำเนินการ แต่มันจะมีอะไรผิดพลาดในขั้นตอนนั้นๆ ก็ต้องไปตรวจสอบ “พ.ต.ท.ทักษิณสนับสนุนการตรวจสอบและลงโทษคนผิด แต่ขอให้ดำเนินการด้วยความเป็นธรรมและโปร่งใส เพื่อให้ประชาชนรับรู้ด้วย และควรตรวจสอบในทุกขั้นตอนที่เกี่ยวข้องเสียก่อน เพื่อจะได้รู้สาเหตุที่แท้จริง อย่าเพิ่งเหมารวมและป้ายความผิด ใครที่รับผิดชอบในส่วนไหนก็ควรจัดการอย่างมีคุณธรรม คณะกรรมการและผู้เกี่ยวข้องในเรื่องนี้บางคนที่บอกว่าสนามบินแห่งนี้จะเป็นหลุมฝังศพ พ.ต.ท.ทักษิณนั้น ควรไปตรวจสอบให้ครบถ้วนเสียก่อนที่จะพูดเช่นนี้” นายนพดล กล่าว
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

~* { การเมืองเป็นเรื่องของอำนาจและผลประโยชน์ } *~

รวงข้าวล้อลม
Sr. Member
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 811



ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #19 เมื่อ: 27 มกราคม 07, 09:44:14 »

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

ปุถุชน
Full Member
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 689


ดูรายละเอียด
« ตอบ #20 เมื่อ: 27 มกราคม 07, 13:10:00 »

ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีที่รับผิดชอบกรณี ITV ยืนยันไอทีวีต้องจ่ายค่าสัมปทานตามที่'หม่อมอุ๋ย' ระบุ พร้อมดูแลพนักงานไอทีวี ไม่ให้เดือดร้อน ยื่นหนังสือคัดค้านตั้งอนุญาโตตุลาการ

ด้านไอทีวีรับไม่มีความสามารถจ่ายค่าสัมปทานสิ้น มค.นี้ ยันเสนอผ่อนจ่ายเป็นงวด ๆ ...

ด้านอัยการสูงสุดระบะหากไอทีวีไม่ยอมจ่ายหนี้ ถือว่าไม่ผิดสัญญา แต่ผิดตามที่ สปน.ยื่นโนติส....
:?:

รายละเอียดหาอ่านจาก กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันเสาร์ 27 มค.2550....



'สิ้นวาสนา ชตาแม้ว'
หมดทางหนุนเนื่องธุรกิจครอบครัว เฟื่องฟู
'ผลประโยชน์ทับซ้อน' ถูกริดรอน ขาดหาย
ไม่สามารถประกอบอาชีพ'อภิสิทธิ์ชน' เหมือนเคย

'ทุจริตทางนโยบาย' ถูกลบล้าง......ระทม







แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
เสลา
Jr. Member
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 78


ดูรายละเอียด
« ตอบ #21 เมื่อ: 27 มกราคม 07, 14:46:59 »



เข้าไปใน เว็บรักบ้านเกิด หน้าฐานข้อมูลเพื่อการพัฒนาประเทศ
http://www.rakbankerd.com/01_jam/thaiinfor/country_info/index.html?topic_id=2757&db_file=

เห็นหัวข้อ " สำรวจความพร้อมสุวรรณภูมิ กับภาระหนี้ต้องจ่ายวันละ20ล."

แต่คลิคเข้าไปอ่านรายละเอียดก็เจอเพียงแค่ ประโยคนี้


:: Sorry, The Page Can Not Bennie-Ben Display ::

ท่านใดมีข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้บ้าง โดยเฉพาะตรง " ภาระหนี้ต้องจ่ายวันละ20ล."

ในฐานะที่เป็นคนไทยรู้สึกหนาวมากๆ เมื่อเห็นตัวเลข "ภาระหนี้วันละ 20 ล."
ผนวกกับปัญหาอันร้อนแรงที่กำลังเกิดกับสนามบินสุวรรณภูมิขณะนี้
slime_worship
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
(ลุง)ถึก สไลเดอร์
Full Member
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 359



ดูรายละเอียด
« ตอบ #22 เมื่อ: 27 มกราคม 07, 15:28:17 »

ต้องเอารูปที่คุณนิรนาม เอามาโพสต์ให้ดู
บอกชื่อเสียงเรียงนามของไอ้พวกที่เดินยิ้มยั้วเยี้ยด้วยความภาคภูมิใจทั้งหลายเหล่านั้นด้วย
แล้วก็นำออกมาประจาน คนจะได้รู้ได้เห็นกันเสียบ้าง

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 27 มกราคม 07, 21:23:40 โดย (ลุง)ถึก สไลเดอร์ » แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
(ลุง)ถึก สไลเดอร์
Full Member
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 359



ดูรายละเอียด
« ตอบ #23 เมื่อ: 27 มกราคม 07, 21:22:37 »


สุวรรณภูมิยามราตรี มันช่างสวยงามเหลือที่จะบรรยายเป็นคำพูดใดใดออกมาได้จริงๆครับ
"ริมฝั่งน้ำ...พร่ำเพ้อละเมอครวญ".......กร๊ากกกกกก
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
นิรนาม
Full Member
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 215



ดูรายละเอียด
« ตอบ #24 เมื่อ: 27 มกราคม 07, 21:56:19 »

ต้องเอารูปที่คุณนิรนาม เอามาโพสต์ให้ดู
บอกชื่อเสียงเรียงนามของไอ้พวกที่เดินยิ้มยั้วเยี้ยด้วยความภาคภูมิใจทั้งหลายเหล่านั้นด้วย
แล้วก็นำออกมาประจาน คนจะได้รู้ได้เห็นกันเสียบ้าง



น้านลุง..สาวกแม้วเขายิ่งจะรุมลงบาทาผมอยู่ยังมาแนะแนวทางซะอีก แบบนี้มันจะเหลือเหรอผม..Huh?
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

"เกิดอีสาน อยู่อีสานและขอตายอยู่ถิ่นอีสาน"
นิรนาม
นิรนาม
Full Member
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 215



ดูรายละเอียด
« ตอบ #25 เมื่อ: 27 มกราคม 07, 22:17:01 »

สาวกไทยรักไทย ยังจำภาพนี้กันได้ไหมเอ่ย..

คณะฝ่ายกฏหมาย และกองงานโฆษก พรรคไทยรักไทย นำสื่อมวลชน ไปตรวจดูความพร้อมก่อนเปิดใช้งานของสนามบิน และ แถลงข่าวผลสรุปความคืบหน้าของโครงการณ ภายในอาคารผู้โดยสาร สนามบินสุวรรณภูมิ วันที่ 23 สิงหาคม 2549




ใครเป็นใครดูหน้ากันเอาเอง แล้วช่วยตามกลับไปดูสนามบินสุวรรณภูมิด้วยนะครับ..

ภาพแรก "หัวเอียงซ้าย".."โคโศกนักบิน"

ภาพที่สองเสื้อเหลืองใส่สูท เดินหน้าสุดซ้ายมือ(ของพวกเรา) "มหา" ที่ปัจจุบันคนแถวศรีสะเกษเรียก "มะหอย"

โถ..ชื่อกุเทพ..ขนาดคนธรรมดาสามัญพูดเรื่อง "กุ" ซึ่งหมายถึงเรื่องที่พูดขึ้นมาเองโดยไม่มีมูลความจริง(ตอแหล) ผู้คนยังรับกันไม่ได้ แต่นี้ คุณมะหอยเป็นถึงขั้น "เทพ" ยังมา "กุ" อีก อะไรมันจะขะไหนหนาด..

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

"เกิดอีสาน อยู่อีสานและขอตายอยู่ถิ่นอีสาน"
นิรนาม
ไทเมือง
Sr. Member
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 12,813


สายใยไทยทั้งเมือง


ดูรายละเอียด
« ตอบ #26 เมื่อ: 28 มกราคม 07, 04:00:46 »

ในราชดำเนินกำลังดิ้นสุดขีดครับ

สงสัย ไทเมืองจะพลีชีพซะละมั๊ง อิ อิ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

(ลุง)ถึก สไลเดอร์
Full Member
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 359



ดูรายละเอียด
« ตอบ #27 เมื่อ: 8 กุมภาพันธ์ 07, 07:52:54 »

มาแสดงความยินดี ที่ลุงแคนกู้เว็บคืนมาได้ด้วยครับ
  slime_bigsmile slime_bigsmile
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
อีแร้ง
Full Member
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 141

นรกมีจริง


ดูรายละเอียด
« ตอบ #28 เมื่อ: 4 มีนาคม 07, 13:18:26 »

--ทำไมเรื่องนี้มันเงียบหายไปเลยล่ะ?
คนที่มี นามสกุลเก่งเรียน  นั่นทำไม่ไม่เอาให้จบ
ที่บอกว่า เป็นสุสานฝังศพ ทักษิณ
ป่านนี้..ฝังใครกันแน่
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

รักชาติจนน้ำลายไหล.
(ลุง)ถึก สไลเดอร์
Full Member
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 359



ดูรายละเอียด
« ตอบ #29 เมื่อ: 18 มีนาคม 07, 22:09:45 »

ฝ่ายบริการภาคพื้นและลานจอด บมจ.การบินไทย ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ได้เริ่มมีการขนย้ายอุปกรณ์บางส่วนจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กลับไปยังท่าอากาศยานกรุงเทพ เพื่อรองรับการเปิดเที่ยวบินเชิงพาณิชย์ เส้นทางในประเทศอีกครั้ง วันที่ 25 มีนาคมนี้

นายอรรถ สินวัฒนา ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการและพัฒนา บมจ.การบินไทย กล่าวว่า การขนย้ายอุปกรณ์วันนี้ ประกอบด้วย รถลากจูงเครื่องบิน อุปกรณ์ขนกระเป๋าสัมภาระ รถสายพานลำเลียงกระเป๋า บันไดเทียบเครื่องบินและรถเครน ซึ่งอุปกรณ์ทั้งหมดถูกขนขึ้นรถเทรลเลอร์ แบ่งออกเป็น 2 ขบวน ประกอบด้วย รถเทรลเลอร์ 27 คัน และรถเครนอีก 2 คัน โดยการขนย้ายได้ใช้เส้นทางสุวรรณภูมิ มอเตอร์เวย์ ผ่านถนนวงแหวนรอบนอก ด่านทับช้าง ถนนรามอินทรา หลักสี่ สะพานใหม่ จนถึงท่าอากาศยานกรุงเทพ ใช้เวลาขนย้ายประมาณ 1 ชั่วโมง 45 นาที และการบินไทย ได้มีการประสานงานขอรถนำขบวนจากกองบังคับการตำรวจจราจรกลาง มาอำนวยความสะดวกตลอดเส้นทาง

ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการและพัฒนา บมจ.การบินไทย กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ในวันที่ 24 มีนาคมนี้ ซึ่งเป็นวันก่อนวันเริ่มทำการบินจริง การบินไทยจะมีการขนย้ายอุปกรณ์การบินอีกครั้ง ตั้งแต่เวลา 18.00 น. เป็นต้นไป ซึ่งอุปกรณ์ส่วนใหญ่จะเป็นพาหนะที่ให้บริการในลานจอด มีขนาดเล็ก สามารถเดินทางจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ มายังท่าอากาศยานกรุงเทพได้เอง โดยไม่ต้องขนส่งผ่านรถเทรลลเอร์ อาทิ รถรับส่งผู้โดยสารในลานจอด และรถขนส่งเอกสาร สัมภาระ

สำหรับการเปิดเที่ยวบินเแบบจุดต่อจุด ที่ท่าอากาศยานกรุงเทพ ในวันที่ 25 มีนาคมนี้ การบินไทย ได้ร่วมกับ สายการบินนกแอร์ และสายการบินวันทูโก โอเรียนท์ไทย ทำการบินเส้นทางบินในประเทศอีกครั้ง โดยในเช้าวันที่ 25 มีนาคม เที่ยวบินแรกที่จะทำการบินในเที่ยวขาไป คือ เที่ยวบินจากท่าอากาศยานกรุงเทพ ไปจังหวัดอุบลราชธานี ในเวลา 06 .00 น. และเที่ยวบินขาเข้า จากจังหวัดพิษณุโลก ถึงท่าอากาศยานกรุงเทพ เวลา 08.15 น. โดยการเปิดเที่ยวบินแบบจุดต่อจุดเส้นทางบินในประเทศ การบินไทย มีเที่ยวบินระหว่างจังหวัดต่าง ๆ วันละ 31 เที่ยวบิน

ข่าวจากไทยรัฐ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
อัพเดทอาสา
Global Moderator
Sr. Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4,054



ดูรายละเอียด
« ตอบ #30 เมื่อ: 14 กันยายน 07, 17:50:37 »

ก่อสร้างการเมือง-การเมืองก่อสร้าง สู่ “ หายนะ” สุวรรณภูมิ
 --------------------------------------------------------------------------------
 
กรณีสนามบินสุวรรณภูมิกำลังเป็นทั้งความภูมิใจและความเศร้าใจของคนไทย จากสารพัดปัญหาที่ “ ปูด” ขึ้นมาเป็นหลักฐานความผิด การทุจริต คอร์รัปชั่น ฯลฯ ในงานก่อสร้าง เกี่ยวข้องกับใคร บริษัทไหน ใครต้องรับผิดชอบ องค์กรตรวจสอบกำลังดำเนินการอยู่ แต่หากย้อนดูตลอดระยะเวลาอันยาวนานของการก่อสร้าง จะเห็นสายตระกูลของกลุ่มธุรกิจรับเหมาก่อสร้างที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับการเมือง และอาจเป็นเหตุผลหลักของปัญหาข้างต้นที่รุนแรงขึ้น  ผลงานวิจัยระบุ เป็นผลจากการปรับตัวเพื่อความอยู่รอดของกลุ่มผู้รับเหมาก่อสร้าง  ตั้งแต่ก่อนวิกฤตเศรษฐกิจจนถึงยุค “ ทักษิณ” มีนักธุรกิจรับเหมาก่อสร้างเข้ามาอยู่ในพรรคการเมืองไทยถึง 75 ตระกูล
 
นายนพนันท์   วรรณเทพสกุล อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาฯ นักวิจัยเรื่อง “ ก่อสร้างการเมือง-การเมืองก่อสร้าง” กล่าวว่า กรณีสุวรรณภูมิที่ “ ปูด” ขึ้นมาเป็นหลักฐานชัดเจน ว่านี่คือปัญหาของประเทศ ที่ลงทุนด้วยงบประมาณมหาศาลแล้วใช้ประโยชน์ไม่ได้เต็มที่ สิ้นเปลืองทรัพยากรโดยไม่จำเป็น   และจะเกิดประเด็นปัญหาใหม่ตามมาอีกมาก ที่สำคัญคือกระทบกับเรื่องของความเจริญก้าวหน้าทางเศรษฐกิจ   ความสนใจตอนนี้น่าจะอยู่ที่ทำอย่างไรจึงจะทำให้เกิดการบริหารจัดการสนามบินสุวรรณภูมิเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและเป็นผลดีต่อเศรษฐกิจของประเทศมากที่สุด
 
จากการศึกษาเรื่อง การเมืองก่อสร้าง ก่อสร้างการเมือง ภายใต้โครงการวิจัย เมธีวิจัยอาวุโส สกว. ซึ่งศึกษาย้อนหลังไปถึงเส้นทางการเข้าสู่การเมืองของกลุ่มผู้รับเหมาก่อสร้าง ซึ่งมีมายาวนานและเห็นได้ชัดในช่วง ทศวรรษ 2530 เป็นต้นมา กระทั่งวิกฤติเศรษฐกิจเมื่อปี 2540 ธุรกิจก่อสร้างปรับตัวเรื่อยมาจนถึงยุครัฐบาลทักษิณ การเข้าสู่เส้นสายทางการเมืองมีรูปธรรมอย่างชัดเจนและขยายสู่เครือญาติผู้รับเหมาเข้ามาสู่สภาผู้แทนราษฎร ( ส.ส.)และสมาชิกวุฒิสภา ( ส.ว.) นักการเมืองหลายคนจากเดิมที่ไม่ค่อยมีชื่อเสียงก็กลายเป็นผู้ยิ่งใหญ่ของจังหวัด โดยที่รัฐบาลทักษิณมีข้อพิเศษคือ มีการรวมกลุ่มกันได้ระหว่างนักการเมืองที่เคยเป็นฝ่ายตรงข้าม หรือเป็นนักการเมืองต่างพรรค ย้ายรวมเข้ามาอยู่พรรคเดียวกัน จึงตกลงกันได้  แบ่งผลประโยชน์กันลงตัว เกิดการกินเงียบ แต่ผลประโยชน์ที่ตกแก่ประชาชนนั้นน้อยลง   
 
อ.นพนันท์ กล่าวว่า   กลุ่มตระกูลที่เรียกว่า “ นักธุรกิจก่อสร้าง” ที่เข้ามาสู่การเมืองมีอยู่  2 ลักษณะ คือ พวกแรกเป็นผู้รับเหมาก่อสร้างก่อนเข้าสู่การเมือง อีกพวกที่เป็นนักธุรกิจก่อสร้างโดยอ้อม โดย เรียนรู้ช่องทางนี้หลังเข้าสู่การเมืองหรือหาผลประโยชน์ตามน้ำ จากเดิมตัวเองไม่ได้มีธุรกิจก่อสร้างแต่พอเข้ามามีตำแหน่งก็เลยเข้าไปเกี่ยวพันกับเรื่องผลประโยชน์ในงานก่อสร้างของทางราชการ ซึ่งมีผลประโยชน์เยอะ ใช้วิธีให้ตัวแทนเป็นคนดำเนินการ หรือทำหน้าที่เป็นนายหน้า หักค่าหัวคิว คนกลุ่มนี้มีเยอะ และทำกันจนคิดว่าเป็นเรื่องปกติ ทั้งในระดับชาติและระดับท้องถิ่น แต่ความจริงเป็นเรื่องไม่ปกติมาก เพราะเมื่อเทียบกับก่อนวิกฤตไม่เป็นขนาดนี้ แต่หลังจากเจอผลกระทบของวิกฤตเศรษฐกิจ เกิดการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการเมือง ที่เอื้อให้เกิดผลประโยชน์ของธุรกิจก่อสร้างโดยอาศัยช่องทางการเมืองเป็นตัวนำ  แม้ว่าบรรดานักการเมืองหลายตระกูลจะมีลักษณะการเอาเครือญาติเข้ามาเล่นการเมือง เพื่อหาผลประโยชน์แก่วงศ์ตระกูลในรูปแบบอื่นด้วย แต่การเข้ามาแสวงหาผลประโยชน์จากงานก่อสร้างในวงราชการ มีมากเป็นอันดับต้น ๆ โดยเฉพาะงานก่อสร้างในวงราชการซึ่งเป็นแหล่งผลประโยชน์ขนาดใหญ่ และธุรกิจก่อสร้างได้รับการคุ้มครองจากกฎหมายการประกอบกิจการของคนต่างด้าว ทำให้ทุนข้ามชาติไม่สามารถเข้ามาเกี่ยวข้องได้โดยตรง นักธุรกิจการเมืองในวงก่อสร้างจึงกลายเป็นทุนผูกขาดขนาดใหญ่ ไม่เหมือนธุรกิจค้าปลีก หรืออุตสาหกรรมรถยนต์และอื่น ๆ ที่ถูกทุนข้ามขาติเข้ามาเป็นเจ้าของไปเกือบหมด
 
 
ช่องทางหนึ่งของการปรับตัวเพื่อความอยู่รอดของธุรกิจก่อสร้าง คือการเข้ามาสร้างสายใยในวงการเมือง    และสามารถผนึกรวมกันทำธุรกิจและแบ่งปันผลประโยชน์งานก่อสร้างขนาดใหญ่ของหน่วยราชการไทยไว้ภายในกลุ่มพวกของตน และเบียดธุรกิจก่อสร้างขนาดเล็กที่เก่งและดี ให้พ้นทาง การแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมนี้ ทำให้ผู้รับเหมาก่อสร้างดี ๆ มีฝีมือ จึงไม่อยากเข้ามายุ่งเกี่ยวด้วยและหันไปรับงานก่อสร้างของภาคเอกชน เช่น งานสร้างอาคารสำนักงาน งานก่อสร้างที่ต้องใช้เทคโนโลยีสูง ๆ การสร้างท่าเทียบเรือ โรงงานอุตสาหกรรม ฯลฯ  ซึ่งน่าจะเป็นการแข่งขันกันที่เป็นธรรมกันมากกว่าโดยไม่ต้องอาศัยเส้นสายทางการเมือง แต่อาศัยประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญ ฝีมือตัวเองในการแข่งขัน 
 
 
จากการสำรวจรายชื่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร รัฐมนตรี ที่ปรึกษารัฐมนตรี และเลขานุการรัฐมนตรีใน ครม.ทักษิณ 1 ( พ.ศ.2544-2547) เพื่อดูว่ามีใครบ้างที่นามสกุลเดียวกันกับผู้เป็นเจ้าของธุรกิจรับเหมาก่อสร้างในปัจจุบัน โดยเทียบกับรายชื่อผู้รับเหมาก่อสร้างที่เป็นสมาชิกในสมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทย ปี พ.ศ.2544-2546 และผู้รับเหมาก่อสร้างที่ขึ้นทะเบียนกับกรมโยธาธิการและผังเมือง ปี 2546   พบรายชื่อที่น่าสนใจในแต่ละพรรคการเมืองนับรวมได้ 75 ตระกูล โดยแยกเป็นในส่วน พรรคไทยรักไทย  36 ตระกูล พรรคชาติไทย 13 ตระกูล พรรคชาติพัฒนา ( ขณะนั้น) 6 ตระกูล   พรรคความหวังใหม่ก่อนรวมกับไทยรักไทยมีอยู่ 5 ตระกูล พรรคเสรีธรรมก่อนรวมกับไทยรักไทย มี 3 ตระกูล พรรคประชาธิปัตย์ มี 13 ตระกูล  และหลังจากปี 2543 เป็นต้นมา ทุนก่อสร้างหน้าใหม่ก็ขยับขยายเคลื่อนเข้าสู่สภาผู้แทนฯเรื่อยมา ดังปรากฎว่าในการเลือกตั้ง ส.ส. และ ส.ว. นับจากนั้น มีคนในครอบครัว หรือเครือญาติเข้ามาสู่การเมืองมากขึ้น
 
 
ความสัมพันธ์ระหว่างผู้รับเหมาก่อสร้างกับการเมืองอีกลักษณะคือ การทำธุรกิจร่วมกัน   เช่น กลุ่มสี่แสงการโยธาของตระกูลวงศ์สิโรจน์กุลซึ่งเคยทำธุรกิจร่วมกับตระกูลศิลปอาชา กลุ่มวิจิตรภัณฑ์ก่อสร้างของตระกูลชวนะนันท์มีการร่วมลงทุนกับตระกูลลิปตพัลลภ กลุ่มวิจิตรภัณฑ์ก่อสร้างมีธุรกิจร่วมกับตระกูลสะสมทรัพย์ เป็นต้น
 
 
ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2544 เป็นต้นมา เมื่อพรรคไทยรักไทยได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล มีการรวมพรรคการเมืองอื่น ๆ หลายพรรคเข้ามาเป็นพรรคเดียวกัน โครงการก่อสร้างที่เกิดขึ้นใหม่ช่วงปี พ.ศ.2544-2546 เห็นได้ชัดว่าตกอยู่ในมือกลุ่มทุนก่อสร้างบางกลุ่มเป็นพิเศษ เช่น กลุ่มอิตาเลียนไทย ดีเวลล็อปเมนท์ ได้รับงานทั้งหมดไม่น้อยกว่า 6.5 หมื่นล้านบาท วิจิตรภัณฑ์ก่อสร้างได้รับงานประมาณ 6 พันล้านบาท งานส่วนใหญ่เป็นงานที่เกี่ยวกับการก่อสร้างในสนามบินสุวรรณภูมิ  กล่าวคือ เมื่อเข้าสู่ปี พ.ศ.2545-2546 อิตาเลียนไทยฯได้รับการคัดเลือกให้ทำสัญญาโครงการก่อสร้างในสนามบินสุวรรณภูมิ รวมเป็นมูลค่ากว่า 65,921 ล้านบาท และเมื่อสำรวจสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นของอิตาเลียนไทยฯในช่วงนั้น พบว่า มีชื่อนายทวีฉัตร จุฬางกูร หลายชายนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.คมนาคมในคณะรัฐบาลช่วงเวลานั้นถือหุ้นในบริษัทดังกล่าวอยู่จำนวน 2 ล้านหุ้น
 
 
การพลิกฟื้นของธุรกิจจากวิกฤตบ่งชี้ได้จากผลประกอบการของบริษัทอิตาเลียนไทยฯ ระหว่าง พ.ศ. 2545-46 พลิกฟื้นจากก่อนหน้าอย่างเห็นได้ชัด จากปี 2542 มีผลขาดทุน 1,458 ล้านบาท ปี 2543 ขาดทุน 3,967 ล้านบาท ปี 2544 ขาดทุน 2,523 ล้านบาท สำหรับปี 2545 กำไร 6,336 ล้านบาท และปี 2546 กำไร 920 ล้านบาท เป็นต้น
 
 
อ.นพนันท์ กล่าวว่า เส้นสายทางการเมืองเป็นหนทางหลักของกลุ่มผู้รับเหมาก่อสร้างรายสำคัญ ๆ บริษัทก่อสร้างขนาดใหญ่โดยมากจะสนับสนุนการเลือกตั้ง แก่พรรคการเมืองทุกพรรคที่มีแนวโน้มจะได้เป็นรัฐบาล   ขณะที่กลุ่มผู้รับเหมาขนาดเล็กลงมาก็เลือกเติบโตขึ้นจากการสร้างเส้นสายจำกัดเฉพาะบางพื้นที่ซึ่งสัมฤทธิ์ผลดีกว่า ดังนั้นการเข้าสู่การเมืองวงในจึงปรากฏขึ้นแพร่หลายในบรรดากลุ่มผู้รับเหมาก่อสร้างรายเล็ก กลุ่มรับเหมาก่อสร้างในภูธรจำนวนไม่น้อยสามารถสะสมทุนทางธุรกิจในระยะเวลาไม่นาน ก้าวจากผู้รับเหมารายเล็ก ๆ ท้องถิ่นสร้างความมั่งคั่งขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด
 
 
ความคล้ายคลึงประการหนึ่งก็คือ วิถีทางของธุรกิจมีความเชื่อมโยงอย่างมากจากการเมืองในระดับท้องถิ่นก่อนเขยิบสู่การเมืองระดับชาติ   ได้แก่   ตระกูลศิลปอาชาแห่งสุพรรณบุรี ตระกูลชิดชอบซึ่งเป็นตระกูลดังตระกูลหนึ่งแห่งจังหวัดบุรีรัมย์ ตระกูลลิปตพัลลภแห่งนครราชสีมา เป็นตัวอย่างของตระกูลที่มีการสะสมทุนขึ้นมาจากงานก่อสร้างภาครัฐ นำขบวนผู้รับเหมาก่อสร้างเดินหน้าสู่การเมืองติดตามกันมาครอบครองพื้นที่ในรัฐสภามากขึ้น
 
 
อ.นพนันท์ กล่าวว่า เมื่องานก่อสร้างในวงราชการมีเงินเยอะ การเข้ามาของผู้รับเหมาก่อสร้างเข้ามาสู่การเมือง ทำให้เกิดปัญหาคอร์รัปชั่นสูงและรุนแรงขึ้น   ประเทศไทยน่าจะอาศัยกระแสการปฏิรูปการเมืองขณะนี้มาช่วยกันปฏิรูปโครงสร้างทางเศรษฐกิจที่ผูกขาด และสร้างความสมดุลเรื่องการตรวจสอบโครงการของรัฐ
 
 
อย่างไรก็ตาม ในสถานการณ์ขณะนี้นักธุรกิจก่อสร้างในกลุ่มนี้คงไม่มีผลกระทบ   เพราะกลุ่มธุรกิจก่อสร้างขนาดใหญ่ที่เติบโตมาได้ขนาดนี้   มีเส้นสายลึกซึ้งถึงทุกกลุ่มและเข้าถึงสถาบันหลายแห่ง ทั้งสถาบันการเมือง พรรคการเมืองนี่ชัดมาก  กลุ่มข้าราชการซึ่งขณะนี้ก็กลับเข้ามามีอำนาจเพิ่มขึ้น  กลุ่มทหารคนพวกนี้ก็มีสัมพันธ์แนบแน่นกันมานาน  ดังนั้นไม่ว่ากลุ่มไหนใครจะขึ้นมาเป็นใหญ่เขาก็ปรับตัวได้แทบจะไม่กระทบอะไร.
 
http://w3.chula.ac.th/research/store_News/50/February4.htm
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
    กระโดดไป: